พาราสาวะถี : อรชุน

การนัดแฟลชม็อบของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถามว่าเป้าประสงค์เพื่อกดดันการพิจารณาประเด็นยุบพรรคอนาคตใหม่ที่กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างนั้นหรือ ประสาคนที่เคยผ่านการเคลื่อนไหวทางการเมือง ย่อมรู้ดีว่าไม่ได้มีผลใด ๆ ต่อกระบวนการของฝ่ายที่มีอำนาจตัดสิน มิหนำซ้ำ ด้วยความที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองแม้จะไร้หัวโขนส.ส. หากสิ่งที่ดำเนินการไปถูกตีความว่าผิดกฎหมายก็อาจจะเป็นต้นตอให้ถูกฝ่ายตรงข้ามยื่นให้ยุบพรรคซ้ำอีกก็เป็นได้

พาราสาวะถี : อรชุน

ความจริงสิ่งที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อธิบายผ่านช่องทางยูทูบเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับ ลอว์แฟร์ หรือ นิติสงคราม ที่บอกว่ากำลังเป็นเทรนด์ฮิตทั่วโลกของฝ่ายการเมืองที่กุมอำนาจในการใช้กฎหมายหรือกระบวนการทางยุติธรรมหรือศาล เป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมือง ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะมีมาตั้งแต่การไล่ล่าไล่ล้างระบอบทักษิณเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้วภายใต้กระบวนการตุลาการภิวัตน์ที่ถูกมองว่าเป็นตุลาการพิบัติ

พาราสาวะถี : อรชุน

ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือความคาดหมาย รอเพียงแค่เวลาเท่านั้น ที่สุด 7 เสือกกต.ก็มีมติเสียงข้างมากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคปล่อยกู้ให้กับพรรคเป็นเงิน 191 ล้านบาท โดยกกต.เห็นว่ามีเหตุอันเชื่อได้ว่า เงินดังกล่าวเป็นการรับบริจาคเงินโดยแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ส่วนเรื่องอื่นที่จะมีคำถามไปยังกกต.นั้นไม่ต้องรอฟังเพราะไร้คำตอบ

พาราสาวะถี : อรชุน

การเมืองไทยในห้วงความขัดแย้งกว่า 10 ปีที่ผ่านมา วาทกรรมที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล้มล้าง ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายอย่างต่อเนื่องคือ “ระบอบทักษิณ” กับ “ทุนสามานย์” ซึ่งเมื่อวันเวลาผ่านพ้นไปก็ได้พิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่ผลิตซ้ำทางความคิดกันขึ้นมานั้นหาได้มีอยู่จริงไม่ หรืออาจจะมีอยู่แต่ก็เพียงเล็กน้อย เพราะสิ่งที่ผุดเป็นวาทกรรมกันขึ้นมานั้น เป้าหมายเพื่อทำลายความชอบธรรมในการบริหารประเทศของทักษิณและเครือข่าย รวมทั้งทำลายการคงอยู่ของพรรคนอมินีที่อยู่กันจนถึงทุกวันนี้เท่านั้น

พาราสาวะถี : อรชุน

วันศุกร์ที่ผ่านมาสองพี่น้องตระกูลป. มีวลีเด็ดผ่านสื่อคนละประโยค โดย “พี่ใหญ่” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ฉุนที่นักข่าวถามเรื่องผู้ใหญ่ในกองทัพยอมเอาทหารเกณฑ์ไปเป็นทหารรับใช้ในบ้านว่า “ถามแต่เรื่องบ้าบออะไรไม่รู้” ขณะที่ “น้องเล็ก” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็แถลงกับนักข่าวปมยุบสภาด้วยท่วงทำนองที่ไม่ค่อยพอใจว่า “ผมคงไม่โง่ที่จะประกาศยุบสภาผ่านสื่อ” นี่คืออารมณ์ของผู้นำที่ถนัดการสั่งซ้ายหันขวาหัน มีแต่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่คอยพูด “ดีครับท่าน” มาทั้งชีวิต

พาราสาวะถี : อรชุน

ชื่นมื่นกันไปกับการกินข้าวมื้อค่ำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพรรคร่วมรัฐบาล งานนี้ก็อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว มีการเดินทักทายทุกโต๊ะ โดยเฉพาะพรรคจิ๋วที่ได้รับตำแหน่งส.ส.เอื้ออาทรจากการคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์แบบพิสดาร สุดท้ายจบลงด้วยการที่จะไม่มีฝ่ายค้านอิสระในสภาอีกต่อไป โดยมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และ พิเชษฐ สถิรชวาล สองคู่หูดูโอ อ้างพิธีกรรมของพรรคสร้างภาพความชอบธรรม ก่อนกลับไปร่วมรัฐบาลในต้นปีหน้า

พาราสาวะถี : อรชุน

ถามว่าความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยมีอยู่จริงหรือไม่ มีจริง แต่รุนแรงถึงขนาดที่เป็นข่าวหรือเปล่า ไม่ถึงขนาดนั้น แล้วเหตุไฉนมันถึงถูกจุดพลุเป็นประเด็นขยายแผลกันสนุกสนาน นั่นเป็นเพราะคุณแหล่งข่าวช่วยกันขยี้ตีไปที่ตัวบุคคล ซึ่งมันชวนให้เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นจริง เพราะส.ส.อีสานกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไม่กินเส้นกันมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีมูลเหตุอย่างอื่นที่เป็นความไม่พอใจระหว่างกันเป็นเรื่องของจัดสรรปันส่วนเก้าอี้ล้วน ๆ ทั้งในส่วนของงานฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ

พาราสาวะถี : อรชุน

วันนี้ห้าโมงครึ่ง แดดร่มลมตก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นัดพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหาร ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เป้าใหญ่เพื่อเคลียร์ใจในประเด็นที่แต่ละพรรคค้างคาใจต่อกัน ความจริงที่ปีนเกลียวเหยียบตาปลากันก็มีแค่พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยเท่านั้น ส่วนพรรคอื่น ๆ ที่เหลือ เมื่อมีพลังไม่มากพอก็ต้องยอมหงออยู่ใต้อาณัติแต่โดยดี

พาราสาวะถี : อรชุน

หมดช่วงโปรโมชั่นกันเร็วเหลือเกินสำหรับรัฐบาลสืบทอดอำนาจ วันนี้จับคู่เหยียบตาปลากันระหว่างพรรคร่วมในหลายเรื่อง พลังประชารัฐกลับมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ตบหน้าภูมิใจไทยที่แข็งขันต่อการแบน 3 สารพิษ และในเรื่องเดียวกันยังมีปมปัญหาซ้อนคือ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์จากภูมิใจไทย แต่ไปรายงานผลศึกษาก่อนจะไปบอกที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จากพรรคประชาธิปัตย์

พาราสาวะถี : อรชุน

ไม่จำเป็นต้องแก้ต่างหรืออธิบายอะไรกับสังคม กับกรณีสภาล่มสองครั้งติดต่อกันตั้งแต่ค่ำวันพุธที่ 27 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้านไป 4 เสียง จากการเสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ที่เสนอโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล จากพรรคอนาคตใหม่ และ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากประชาธิปัตย์

1 2 3 108