ขีดเส้นใต้เอาไว้…

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องออกมาเม้าท์ถึงปมร้อนของหุ้นที่เอาตัวเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องสีเทาในแวดวงต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แมงลือแมงหวี่ซุบซิบนินทากันตามมุมห้องค้า และบางเรื่องก็มีการแต่งเติมใส่ไข่กันอย่างสนุกสนาน จนเกือบจะกลายเป็นสี่แยกปากสุนัขนั้น เดี๊ยนถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเหล่านักลงทุนที่อ่อนไหวต่อกระแสข่าวลือนะจะบอกให้

ทางโล่ง?

วานนี้หลายคนอาจมีอาการตกใจสุดขีด จนเนื้อเต้นตุ๊บ..ตุ๊บ หลังเห็นดัชนีอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,513.42 จุดนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นเหตุการณ์ปกติที่พอจะคาดเดาได้บ้าง ผนวกกับข่าวสารที่จรรโลงจิตใจตั้งแต่เปิดการซื้อขายก็มีแต่ประเด็นเดิมๆ ซึ่งไม่ช่วยให้นักเล่นรู้สึกฮึกเหิมแม้แต่นิดเดียว การเทขายหุ้นทิ้งถึงเป็นทางออกที่สุดไงล่ะค่ะ

เซียนอยู่รู..หมูอยู่ตึก

ต้องยอมรับว่า ประเด็นข่าวสารใหม่ๆ ที่ทำให้บรรดาแมงเม่ารู้สึกหัวใจพองโตนั้น ยังไม่มีอะไรที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน รูปแบบของข่าวสารยังเป็นการโฆษณาชวนเชื่อแบบวันต่อวัน “โมนิก้า” ถึงเห็นนักลงทุนกลุ่มต่างๆ หันมาเล่นเก็งกำไรสั้นๆ กันมากมายก่ายกอง เพราะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้บรรดาขาลุยมีโอกาสทำกำไรได้อย่างจะแจ้ง วันนี้ถึงไม่ต้องคิดอะไรให้มากความนะจะบอกให้

โค้งตัวลง

วานนี้หลายคนอาจมองการเคลื่อนตัวของดัชนีเป็นแบบ m-shape หรือ u-shape และอาจเป็นแบบ w-shape ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดพลาดแต่อย่างใด เพราะกระบวนการวิเคราะห์ดังกล่าวมีเหตุผลรองรับกันทั้งนั้น “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นเข้าใจหลักการลงทุนเสียก่อนว่า อย่าลืมมองความเป็นจริงรอบด้านที่เกิดขึ้น เพื่อพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำไงล่ะค่ะ

แล้วไงต่อ?

หากดูคำอธิบายเกี่ยวกับการทะยานขึ้นของดัชนี หรือคำอธิบายเกี่ยวกับการอ่อนตัวลงหนักของดัชนี กูรูส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักไปที่เรื่องสัญญาณเทคนิคเป็นหลัก รองลงมาเป็นเรื่องข่าวสารที่เข้ามากระทบในแต่ละวัน วานนี้ถึงมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ใช้อธิบายการดิ่งตัวลงแรง และหนึ่งในคำชี้แจงที่ฟังจนหูชาก็คือ กองทุนขายหุ้นเพื่อปรับพอร์ตให้คล่องตัวขึ้นกว่าเดิมไงหละคะ

เล่นรอบ

วานนี้เป็นอีกครั้งที่นักลงทุนรู้สึกผิดหวังไปตามกัน เมื่อดัชนีไม่สามารถทะยานขึ้นไปสร้างแนวรับใหม่ที่บริเวณ 1,575-1,580 จุด แถมในระหว่างวันยังโดนถล่มอย่างหนักหน่วง จนดัชนีรูดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาปิดที่ระดับ 1,552.01 จุด ลบไป 17.34 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.28 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับการเล่นรอบนะจะบอกให้

ชาวสวนเริ่มทำงาน

สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยเป็นไปตามที่ “โมนิก้า” คาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน แรงซื้อที่เข้ามาในเที่ยวนี้ยังเป็นแค่แรงเก็งกำไรสั้นๆ ไม่ใช่การซื้อลงทุนระยะยาว กองทุนในประเทศยังเน้นการเข้าทำแบบตีหัวเข้าบ้าน บวกกับที่ผ่านมากว้านซื้อหุ้นต้นทุนต่ำไว้ในพอร์ตเป็นจำนวนมาก เมื่อสบช่องได้โอกาสเทขายทำกำไรงามๆ ตลาดหุ้นถึงออกอาการเป๋อย่างที่เห็นไงหละคะ

ชกสั้นๆ

วันนี้ “โมนิก้า” ขอพูดถึงการเคลื่อนตัวของดัชนีในแง่สัญญาณเทคนิค เพื่อทำให้นักลงทุนที่จดๆ จ้องๆ ไม่กล้าเข้าซื้อหุ้นหายจากอาการขุ่นข้องหมองใจ เพราะการขยับตัวของดัชนีแต่ละช่วงมีความหมายที่แตกต่างกันไป ผนวกกับวานนี้ดัชนีมีอาการแกว่งตัวเดี๋ยวบวกเดี๋ยวลบ ยิ่งทำให้เดี๊ยนต้องออกมาพูดเรื่องสัญญาณเทคนิคมากเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันก็ขอนำข้อมูลข่าวสารจากแดนไกลมาเล่าสู่กันฟังอีกรอบนะคะ

แนวใคร แนวมัน

ประเด็นที่ทำให้มีการถกเถียงกันมากในช่วงที่ตลาดหุ้นแกว่งตัวลบๆ บวกๆ คงเป็นหุ้นรายตัวที่ขยับขึ้นอย่างร้อนแรง พร้อมกับมีข่าวแว่วมาแต่ไกลว่า พ้นจุดต่ำสุดแล้ว กำลังมีพาร์ทเนอร์ใหม่ เตรียมจะซื้อกิจการเพิ่ม หรือแม้แต่เรื่องเพิ่มทุน ล้วนเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นตัวนั้นเต็มๆ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนไหลตามน้ำให้เป็น เพราะบางเรื่องไม่สามารถเสียเวลาไปนั่งคิดนะซี

เงียบเหงา

บรรยากาศการลงทุนในช่วงวันหยุดยาวไม่ค่อยคึกคัดเท่าไหร่นั้น เดี๊ยนพอเข้าใจได้ว่า ไม่มีใครอยากจะถือหุ้นติดพอร์ตไว้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเร่งระบายหุ้นแล้วหันไปถือเงินสดเป็นยุทธวิธีที่พูดถึงกันมากในช่วงเวลานี้ บวกกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนบอกให้รู้ว่า หุ้นยังไปไหนไม่ไกล? จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปไล่ซื้อหุ้นแบบสุดลิ่มทิ่มประตูนะจะบอกให้

1 92 93 94 95 96 97