พาราสาวะถี

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    ชวนให้ขีดเส้นใต้วลีทองกรณีเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ “เป็นการท้าทายผม” และ “ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น” ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนัยความหมายทางการเมืองของผู้มีอำนาจในเวลานี้เป็นอย่างยิ่ง เท่ากับว่า สิ่งที่เป็นบทสรุปหลังเหตุการณ์โยนบาปไปให้ผู้เสียประโยชน์จากประชามติและกลุ่มคนเสื้อแดง น่าจะเป็นสมมติฐานที่ผิด

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    เหตุระเบิด 7 จังหวัดทางภาคใต้ ยังเป็นประเด็นวิวาทะระหว่างฝ่ายกุมอำนาจกับกลุ่มที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นั่นก็คือ นปช.หรือคนเสื้อแดง ตรงนี้ไม่ว่าจะอย่างไรท้ายที่สุดต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล เพราะหากเจ้าหน้าที่ทำงานแล้วมีพยานหลักฐาน กล่าวหาถึงใครก็ให้ดำเนินคดีถึงที่สุด แต่ไม่ใช่การใช้อำนาจมาตรา 44 จับตัวไปควบคุมไว้ในค่ายทหาร

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    เหตุเผาและวางระเบิดในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้บวกกับที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันแม่แห่งชาติ มีเสียงวิจารณ์กันมาอย่างกว้างขวาง และในเวลาไม่นานก็มีการไล่ตามจับกลุ่มแนวร่วมนปช.หรือคนเสื้อแดงในหลายจังหวัดไปเข้าค่ายทหาร เป็นการโฟกัสไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นที่ต้องสงสัยของฝ่ายความมั่นคงว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    มาตาปิตุอุปัฏฐานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง การบำรุงมารดาบิดา เป็นอุดมมงคล พรุ่งนี้ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ ในวาระดังกล่าวลูกทุกคนจะถือโอกาสในการทำความดีเพื่อแม่ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็สุดแท้แต่ ขอแค่แม่มีความสุขเท่านั้น แต่ก็อย่าทำดีกันเพียงแค่หนึ่งวัน ต้องทำทุกๆ วันให้เป็นวันแม่ หากทำให้แม่สบายใจแค่ 24 ชั่วโมง แต่วันอื่นๆ ที่เหลือทำตัวแย่ทำดีแค่วันเดียวก็ไร้ประโยชน์

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    เป็นเรื่องปกติของฝ่ายที่กำชัยชนะ จะพูดอย่างไรก็ไม่มีใครว่า แต่การพูดของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่บอกว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดูถูกประชาชนที่ออกเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถูกแค่ส่วนหนึ่ง เพราะข้อเท็จจริงก็คือ อดีตนายกฯ หญิงยอมรับผลที่ประชาชนเลือก ดังนั้น จึงไม่ใช่การดูแคลน แต่ที่แสดงความเป็นห่วงคือ ปัญหาที่จะเกิดตามมาอันเป็นผลสืบเนื่องจากเนื้อในของกฎหมายสูงสุดไม่ใช่เสียงของประชาชน

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    ประเด็นที่ว่าหลังจากร่างรัฐธรรมนูญมีชัยพร้อมคำถามพ่วงผ่านการทำประชามติแล้ว รัฐบาลและคสช.โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะจะทำอย่างไรต่อไปนั้น วันนี้น่าจะมีความชัดเจนหลังการประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย แต่สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหรือมองเห็นความไม่ชอบมาพากลของการทำประชามติครั้งนี้ ต่างก็แสดงท่าทีและความคิดเห็นที่ชัดเจนกันอย่างต่อเนื่อง

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายสำหรับผลการลงประชามติที่เสียงส่วนใหญ่โหวต “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย เช่นเดียวกับคำถามพ่วงที่ให้ส.ว.ลากตั้ง 250 คนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ งานนี้ก็ถือว่าสมใจอยากของผู้มีอำนาจและคุ้มค่ากับการลงทุนที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศล่วงหน้าสองวันก่อนลงคะแนนเสียงว่าจะไปลงมติรับทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    อดใจรอกันแค่อีกอึดใจเดียวจะได้รู้ผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีชัยจะออกหัวหรือก้อย ย้ำกันอีกครั้งไม่ว่าประชาชนจะรับหรือไม่รับ ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะต้องหยุดอยู่ตรงนี้ สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือ ถ้ารับแล้วจะเดินไปสู่โรดแม็พเลือกตั้งตามเป้าหมายเพื่อให้เกิดความสงบและประเทศเดินหน้าได้อย่างไร แต่ถ้าไม่ผ่านสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นแบบไหน

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    เลี่ยงบาลี ตีกรรเชียงมาตลอด สุดท้ายกรธ.ภายใต้การนำของ มีชัย ฤชุพันธุ์ จะนำพาคณะทั้ง 21 ชีวิตมาตอบคำถามประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติคืนนี้ตั้งแต่ 3-5 ทุ่ม ว่ากันยาวๆ 2 ชั่วโมงทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ใช้ชื่อว่าประชาชนถาม-กรธ.ตอบ ใครจะชอบจะด่าไม่ว่ากัน ทำหูทวนลมเสียก็สิ้นเรื่อง

  • คอลัมน์

    พาราสาวะถี

    บอกแล้วว่าในฐานะองค์รัฏฐาธิปัตย์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมรู้ทิศทางลมเป็นอย่างดีว่าเรื่องไหนที่แตะแล้วเป็นปัญหา เรื่องไหนที่ไม่ควรจะไปยุ่ง ดังนั้น กรณีที่ตำรวจกองปราบปล่อยตัว 19 แกนนำนปช.ซึ่งเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาเรื่องการขัดคำสั่ง คสช.ชุมนุมทางการเมือง 5 คนขึ้นไป จากการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน จึงเป็นการอ่านทิศทางลมและถอดฟืนออกจากไฟ

Back to top button